สอนคณิตศาสตร์เด็กอ่อนให้เก่ง ด้วยวิธีการง่ายๆ
สวัสดีครับทุกท่าน
สบายดีกันนะครับ วันนี้นำวิธีการพื้นฐานง่า่ยๆ ในการสอนคณิตฯ ให้กับเด็กที่อ่อนเพื่อให้เค้าเก่งได้ในวันหนึ่ง
แนวคิดพื้นฐานของครู
ครูไม่ควรคาดหวังกับเด็กสูง หรือเอาแบบเรียนมาเป็นมาตรฐานในเบื้องต้น
ครูควรจะเปิดใจกว้างว่าเด็กทุกคนรับได้และคิดได้ต่างๆ กัน แต่สามารถพัฒนาตนเองได้ทุกคน
ครูสอนเด็กด้วยศรัทธานำ ทำเพื่อพัฒนาเด็กเป็นสำคัญ
ครูไม่ควรเอาเด็กเก่งและ่อ่อนมาเทียบกัน แต่ให้สร้างแรงจูงใจให้กับเด็กอ่อนในการพัฒนาตนมองพัฒนาการเป็นรายบุคคลเป็นสำคัญ
ครูมีการเสริมแรงเมื่อเด็กทำโจทย์ หรือเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ แม้้ว่าจะดูว่าง่ายสำหรับครู แต่ไม่ง่ายสำหรับเด็ก
เอาใจเด็กมาใ่ส่ใจครู เอาความรู้ในครูไปเสริมให้เด็ก
ลักษณะแนวทางการสอนหรือทำแบบฝึกหัดในภาคการศึกษา
เตรียมข้อสอบวัดพื้นฐานเด็กเพื่อทราบว่าเด็กอยู่ในระดับใด (รู้เขารู้เรา รู้จุดอ่อนเขา รู้จุดอ่อนเรา)
ประมวลระดับพื้นฐานเด็ก
เตรียมกระดาษที่ใช้แล้วและอีกหน้าหนึ่งยังว่างอยู่
เขียนโจทย์ไว้ให้เยอะๆ เรียงตามหมวดหมู่ความยากง่ายตามลำดับ
แบ่งกลุ่มเด็กกลุ่มละสามคน โดยให้เด็กจับกลุ่มกันเองตามสมัครใจ
ให้โจทย์ในระดับที่ต่ำสุดที่เด็กไม่รู้ ให้ไปทำ เขียนโจทย์ลงกระดาษ ให้แต่ละกลุ่มไปทำกันมา ทำเสร็จเอามาส่งครู แล้วรับโจทย์ใหม่ไปทำต่อ พร้อมให้อธิบายคร่าวๆ ว่าเข้าใจอย่างไรบ้างในการพบแต่ละครั้ง
ครูสามารถให้โจทย์แนวเดิมไปต่อได้อีกแต่เปลี่ยนรูปแบบให้ระดับง่ายๆ ไปเพื่อดูว่าเด็กเข้าใจและเสริมพื้นฐานให้แน่นขึ้น
การให้โจทย์แต่ละครั้งแล้วเด็กทำได้ ก็ให้เช็คเครื่องหมายระดับและจำนวนโจทย์ที่ทำได้
โจทย์ต่างๆ ครูอาจจะเอามาจากในหนังสือในห้องสมุดเพิ่มเติม ก็ได้ เพื่อกระตุ้นให้เด็กไปเปิดหนังสือว่าครูเอาโจทย์มาจากไหน เปลี่ยนตัวเลขให้คล้ายๆ เพื่อเสริมทักษะของเด็ก
ให้ทำไปเรื่อยๆ จนครบเทอม หรือจนกว่าจะจบโรงเรียนไปเลยก็ได้ครับ แล้วแต่นโยบายของโรงเรียน หรือภาควิชา หรือมหาวิทยาลัย
ให้เด็กประเมินตัวเองว่ารู้อย่างไรบ้าง
เด็กจะมีการถามเพื่อนคนอื่นก็ได้ ช่วยกันคิดภายในกลุ่มเพื่อมีการแข่งขันกับกลุ่มอื่นๆ หากเด็กไม่เข้าใจ ไปหาครูได้ ครูอาจจะมีการแบ่งเนื้อหากันเป็นหมวดๆ ก็ได้ ไปหาคนไหนเรื่องไหน
ที่สำคัญครูต้องเข้าถึงจุดบอดของเด็กว่าเด็กบอดในส่วนไหนแล้วเสริมจุดบอดนั้นให้เค้า อุดรูรั่วให้เค้า
หากเราทำแบบนี้ในระดับมัธยมต้น มัธยมปลาย ได้ดี
ผมเชื่อว่า การเรียนการสอนในระดับมหาวิทยาลัยจะง่ายขึ้น และต่อยอดได้เร็วยิ่งขึ้นครับ
วิชาอื่นๆ ก็ทำทำนองนี้ได้เช่นกันครับ ที่สำคัญคือ ครูต้องอุทิศตัวจริงๆ เพื่อพัฒนาการของเด็กครับ
อย่าลืมว่า การสร้างแรงจูงใจให้เด็กอยากจะเรียนรู้นั้น สำคัญกว่าสอนให้เด็กรู้จากการรับฟังจากเราเพียงฝ่ายเดียว
หากวิธีการนี้สำเร็จ สิ่งที่สังเกตุคือ
เด็กอ่อนๆ ทั้งหลายจะรู้สึกมันส์ในการทำโจทย์ จะมาขอโจทย์อยู่เรื่อยๆ
การเรียนการสอนในวิชานั้นๆ จะเคลื่อนตัวไปได้ง่ายขึ้น
เด็กจะรู้สึกว่า ครูเหมือนเพื่อนที่ดีและลดช่องว่าทางการเรียนได้มาก จากความรู้สึก สังเกตและสัมผัสได้ด้วยหัวใจของผู้สอนและผู้เรียน
เมื่อเด็กสนุกแล้ว เค้าจะนำไปสู่การถ่ายทอดให้กับผู้อื่นและรุ่นน้องๆ ต่อไปได้ ครูจะเหนื่อยน้อยลงด้วยครับ
อื่นๆ ครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น