สบายดีกันนะครับ วันนี้นำวิธีการพื้นฐานง่า่ยๆ ในการสอนคณิตฯ ให้กับเด็กที่อ่อนเพื่อให้เค้าเก่งได้ในวันหนึ่ง

แนวคิดพื้นฐานของครู

  • ครูไม่ควรคาดหวังกับเด็กสูง หรือเอาแบบเรียนมาเป็นมาตรฐานในเบื้องต้น

  • ครูควรจะเปิดใจกว้างว่าเด็กทุกคนรับได้และคิดได้ต่างๆ กัน แต่สามารถพัฒนาตนเองได้ทุกคน

  • ครูสอนเด็กด้วยศรัทธานำ ทำเพื่อพัฒนาเด็กเป็นสำคัญ

  • ครูไม่ควรเอาเด็กเก่งและ่อ่อนมาเทียบกัน แต่ให้สร้างแรงจูงใจให้กับเด็กอ่อนในการพัฒนาตนมองพัฒนาการเป็นรายบุคคลเป็นสำคัญ

  • ครูมีการเสริมแรงเมื่อเด็กทำโจทย์ หรือเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ แม้้ว่าจะดูว่าง่ายสำหรับครู แต่ไม่ง่ายสำหรับเด็ก

  • เอาใจเด็กมาใ่ส่ใจครู เอาความรู้ในครูไปเสริมให้เด็ก

ลักษณะแนวทางการสอนหรือทำแบบฝึกหัดในภาคการศึกษา

  • เตรียมข้อสอบวัดพื้นฐานเด็กเพื่อทราบว่าเด็กอยู่ในระดับใด (รู้เขารู้เรา รู้จุดอ่อนเขา รู้จุดอ่อนเรา)

  • ประมวลระดับพื้นฐานเด็ก

  • เตรียมกระดาษที่ใช้แล้วและอีกหน้าหนึ่งยังว่างอยู่

  • เขียนโจทย์ไว้ให้เยอะๆ เรียงตามหมวดหมู่ความยากง่ายตามลำดับ

  • แบ่งกลุ่มเด็กกลุ่มละสามคน โดยให้เด็กจับกลุ่มกันเองตามสมัครใจ

  • ให้โจทย์ในระดับที่ต่ำสุดที่เด็กไม่รู้ ให้ไปทำ เขียนโจทย์ลงกระดาษ ให้แต่ละกลุ่มไปทำกันมา ทำเสร็จเอามาส่งครู แล้วรับโจทย์ใหม่ไปทำต่อ พร้อมให้อธิบายคร่าวๆ ว่าเข้าใจอย่างไรบ้างในการพบแต่ละครั้ง

  • ครูสามารถให้โจทย์แนวเดิมไปต่อได้อีกแต่เปลี่ยนรูปแบบให้ระดับง่ายๆ ไปเพื่อดูว่าเด็กเข้าใจและเสริมพื้นฐานให้แน่นขึ้น

  • การให้โจทย์แต่ละครั้งแล้วเด็กทำได้ ก็ให้เช็คเครื่องหมายระดับและจำนวนโจทย์ที่ทำได้

  • โจทย์ต่างๆ ครูอาจจะเอามาจากในหนังสือในห้องสมุดเพิ่มเติม ก็ได้ เพื่อกระตุ้นให้เด็กไปเปิดหนังสือว่าครูเอาโจทย์มาจากไหน เปลี่ยนตัวเลขให้คล้ายๆ เพื่อเสริมทักษะของเด็ก

  • ให้ทำไปเรื่อยๆ จนครบเทอม หรือจนกว่าจะจบโรงเรียนไปเลยก็ได้ครับ แล้วแต่นโยบายของโรงเรียน หรือภาควิชา หรือมหาวิทยาลัย

  • ให้เด็กประเมินตัวเองว่ารู้อย่างไรบ้าง

  • เด็กจะมีการถามเพื่อนคนอื่นก็ได้ ช่วยกันคิดภายในกลุ่มเพื่อมีการแข่งขันกับกลุ่มอื่นๆ หากเด็กไม่เข้าใจ ไปหาครูได้ ครูอาจจะมีการแบ่งเนื้อหากันเป็นหมวดๆ ก็ได้ ไปหาคนไหนเรื่องไหน

  • ที่สำคัญครูต้องเข้าถึงจุดบอดของเด็กว่าเด็กบอดในส่วนไหนแล้วเสริมจุดบอดนั้นให้เค้า อุดรูรั่วให้เค้า

  • หากเราทำแบบนี้ในระดับมัธยมต้น มัธยมปลาย ได้ดี

  • ผมเชื่อว่า การเรียนการสอนในระดับมหาวิทยาลัยจะง่ายขึ้น และต่อยอดได้เร็วยิ่งขึ้นครับ

  • วิชาอื่นๆ ก็ทำทำนองนี้ได้เช่นกันครับ ที่สำคัญคือ ครูต้องอุทิศตัวจริงๆ เพื่อพัฒนาการของเด็กครับ

  • อย่าลืมว่า การสร้างแรงจูงใจให้เด็กอยากจะเรียนรู้นั้น สำคัญกว่าสอนให้เด็กรู้จากการรับฟังจากเราเพียงฝ่ายเดียว

หากวิธีการนี้สำเร็จ สิ่งที่สังเกตุคือ

  • เด็กอ่อนๆ ทั้งหลายจะรู้สึกมันส์ในการทำโจทย์ จะมาขอโจทย์อยู่เรื่อยๆ

  • การเรียนการสอนในวิชานั้นๆ จะเคลื่อนตัวไปได้ง่ายขึ้น

  • เด็กจะรู้สึกว่า ครูเหมือนเพื่อนที่ดีและลดช่องว่าทางการเรียนได้มาก จากความรู้สึก สังเกตและสัมผัสได้ด้วยหัวใจของผู้สอนและผู้เรียน

  • เมื่อเด็กสนุกแล้ว เค้าจะนำไปสู่การถ่ายทอดให้กับผู้อื่นและรุ่นน้องๆ ต่อไปได้ ครูจะเหนื่อยน้อยลงด้วยครับ

  • อื่นๆ ครับ 











ที่มา : https://goo.gl/IIQZ0V